วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

เพิ่งจะรู้


เจ็บจริง เจ็บจัง ยังเจ็บอยู่
เพิ่งจะรู้ พิษรัก นี้ร้ายเหลือ
เจ็บยิ่งกว่า เข็มแหลม ทิ่มแทงเนื้อ
ไม่เคยเชื่อ ยามเพื่อน เตือนให้คิด
โอ้เพื่อนจ๋า ครา่นี้ ฉันได้ซึ้ง
ระลึกถึง คำเตือน เพื่อนสนิท
ว่าคำพูด ของคน ที่เคยชิด
อาจเบือนบิด เป็นอื่น ยามเขาชัง

ไม่เข้าใจจริงจริง


ตกดึก ร้องไห้ เพราะใจรันทด
ใจทั้งหมด เทให้เธอ เมื่อไรหนอ
รู้สึกตัว อีกที ให้แท้ท้อ
แต่ไม่ขอ ให้เธอ มาเห็นใจ
เหตุไฉน จึงเป็น ถึงเพียงนี้
ยามราตรี เหงาอุรา น้ำตาไหล
มีคำถาม ว่าทำไม และทำไม
เธอจากไป ไม่ไยดี คนนี้เลย
บอกหน่อยหนา ว่าฉัน ทำไรผิด
เพื่อนสนิท ชิดเชื้อกัน นะอกเอ๋ย
ไม่เข้าใจ จริงจริง ไยเฉยเมย
เหมือนไม่เคย ได้รัก รู้จักกัน

วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ใครคนนั้น


ใครคนนั้น ที่ฉัน เฝ้าฝันถึง
ใครคนหนึ่ง ซึ่งฉัน คะนึงหา
โอ้จันทร์จ๋า เขาจะรู้ หรือไม่ว่า
ทุกเวลา ผ่านไป ฉันตรอมตรม
ชีวิตฉัน ตั้งแต่ เขาตีจาก
เหลือแต่ซาก ความทรงจำ อันขื่นขม
ใจน้อยน้อย ดวงนี้ มีแต่ระทม
คงสาสม แก่ใจ ใครคนนั้น

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

แก้วใจเอย


ดึกดื่น ค่อนคืน นอนไม่หลับ
เขาจะกลับ มาหา เราหรือไม่
ยินแต่เสียง จักจั่น และเรไร
ฝากลองไน ร่ำร้อง ก้องไปง้อ
ป่านนี้ เขาทำ อะไรอยู่
จะคิดถึง โฉมตรู บ้างไหมหนอ
คนทางนี้ ได้แต่รอ รอและรอ
สุดจะท้อ เสียแล้ว แก้วใจเอย

วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

ลืมแล้วหรือ


คิดถึงครั้ง ก่อนเก่า ที่เคยชื่น
คิดถึงคืน คิดถึงวัน อันสดใส
เคยแต่งกลอน ฉอเลาะ กันสุขใจ
ใครหนอใคร บอกว่า รักนิรันดร์
มาวันนี้ เธอหลบลี้ และหนีหน้า
ลืมเวลา ที่สองเรา เคยสุขสันติ์
ลืมแล้วหรือ ที่เคย หยอกล้อกัน
ภาพเหล่านั้น ไม่เหลือ แล้วหรือไร

วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

หยุดเถอะ


อากาศร้อน แต่ใจฉัน ร้อนยิ่งกว่า
ร้อนอุรา ร้อนรุ่ม กลุ้มเหลือหลาย
ทำอย่างไร ใจเรา จะผ่อนคลาย
ใจสลาย เสียก่อน นะครานี้
เธอตีจาก พรากไป ไม่อาทร
คงไม่ย้อน คืนมา หาโฉมศรี
ขอให้เธอ สุขเกษม และเปรมปรีดิ์
ขอคนดี อย่าทำร้าย ใครอีกเลย

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

เอาคืนไป


คนโบราณ ท่านว่า น่าคิดนัก
ยามแรกรัก น้ำต้มผัก ก็ว่าหวาน
ครั้นเวลา ผ่านไป ยังไม่นิ่นนาน
มาหาญหัก น้ำใจ ไร้ไมตรี
คำว่า"รัก" ที่เธอ เคยมอบให้
เอาคืนไป เสียเถิด จะประเสริฐศรี
ขอให้เธอ มีสุข นะคนดี
ส่วนฉันนี้ ขอให้พ้น คนหลายใจ

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

หนำใจยัง


หลอกให้รัก หลอกให้หลง หลอกให้เชื่อ
หลอกจนเบื่อ หนำใจ แล้วสิหนอ
ใจเอ๋ยใจ เขาทำ ได้ลงคอ
ปล่อยให้รอ รอรอ ทุกค่ำคืน
ทุกทุกอย่าง ผ่านมา แล้วผ่านไป
ไม่เหลือเยื่อ เหลือใย สุดจะฝืน
ช่างกระไร เห็นเรา เป็นคนอื่น
ต้องกล้ำกลืน น้ำตา เป็นอาจิณ

ยิ่งกว่าคำพูด 2


สายลมแรงร้อนรุ่มเข้าโหมหัก
อันความรักที่ปรากฏเป็นไฉน
ลอยละลิ่วตามลมหรืออย่างไร
ไยหายไป ให้คอย ทุกเช้าเย็น
ครั้นฟ้ามืดดาวเดือนขึ้นดื่นดาด
ภาพที่วาดในใจใช่ที่เห็น
เธอเย็นชาใช่อบอุ่นเช่นเคยเป็น
เธอไม่เห็นความสำคัญทุกเรื่องราว
มือที่จับแนบชิดสนิทเชื้อ
อบอุ่นเมื่อประคองป้องลมหนาว
นั่งดูดาวล้อมเดือนสุกสกาว
เพริศพริ้งพราววาววับประดับอุรา
ในวันนี้เธอไปไม่หวนกลับ
มาลาลับจากฉันผู้คอยหา
ความรักอุ่น ซึ้ง ยังตรึงตรา
คะนึงหาดวงใจผู้เคบชิดกาย
การกระทำเธอนั้น...ยิ่งกว่าคำพูด
ยังดูดดื่มซึบซับมิรู้หาย
จะติดตรึงผูกพันจนวันตาย
และสุดท้ายจะจดจำตราบนิรันดร์

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

ยิ่งกว่าคำพูด 1




เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ได้ไปนอนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สัมผัสความหนาวที่ดอยอ่างขาง อากาศไม่ได้หนาวอย่างที่คิด แต่ไม่ผิดหวังตรงที่ดอยนี้สวยมาก ทะเลหมอกยามเช้าสวยประทับใจ ขอชม อบต.ที่นี่ค่ะ ให้ความสะดวกและความสนุกสนานแก่ผู้มาพักได้ดีมาก มีการแสดงเต้นสิงโต และระบำชาวเขาน่ารักมาก จัดระเบียบให้ชาวเขาขายของเป็นที่เป็นทาง ห้ามเดินเร่ขาย โดยเฉพาะช่วงกลางคืน เพราะกลัวผู้มาเยือนจะรำคาญ ข้าพเจ้าและเพื่อนๆๆเดินชมสินค้าของชาวเขา ตอนแรกไม่มีใครคิดอยากจะซื้อลูกปัด และ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เพราะพวกเราไม่มีใครใช้เครื่องประดับ จะซื้อเสื้อหนาวหรือผ้าพันคอ ก็เตรียมกันมาแล้ว ก็เดินชมสินค้าไปเรื่อยๆๆเผื่อว่าอาจจะเจอของแปลกๆๆ พวกเราเดินผ่านร้าน(แบกะดิน) ร้านหนึ่ง สาวชาวเขา(แม่ค้า) หันมามองและสบตากะพวกเรา พวกเราทุกคนหยุดเดินและหันมามองตากัน ครู่เดียวคิดตรงกันเลยนะบัดนั้น พวกเราซื้อสินค้าของเธอคนละชิ้น 2 ชิ้น ท่านทราบมั้ยคะว่าเพราะเหตุใด พวกเราถึงได้ช่วยเธอซื้อสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ผ้าพันคอ ฯลฯ เป็นเพราะสายเตาของเธอค่ะ สายตาของเธอช่างเว้าวอน ช่างขอความเห็นใจ ใจร้ายนะถ้าไม่ซื้อ พวกเราคิดเหมือนกันค่ะ ว่า สายตาของเธอ ยิ่งกว่าคำพูด ซะอีก

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553

อ้างว้าง


ค่ำคืนนี้ ราตรี ช่างเงียบสงัด
ฉันมีนัด กับเธอ ชมห้วงเวหา
คอยคอยคอย แต่เธอ ไม่เห็นมา
ฉันเหว่ว้า เหงาใจ รักจืดจาง
ดาวบนฟ้า โปรดตอบมา จะได้ไหม
ว่าทำไม เขาหลีกลี้ ไปไกลห่าง
เขาจงใจ ปล่อยให้ เราอ้างว้าง
ไม่เคยว่าง เพื่อฉัน แม้วันเดียว

แด่...เพื่อนรัก


อยู่ด้วยกัน นานมา สิบห้าปีถ้วน
เธอมาด่วน จากไป ฉันใจหาย
ดั่งถูกควัก ดวงฤทัย ให้มลาย
ยังไม่คลาย รักเธอ เสมอไป
คิดถึงเธอ คิดถึงเธอ โปรดรับรู้
เธอจะอยู่ ณ สวรรค์ ชั้นไหนไหน
ขอให้เธอ มีสุข ไร้ทุกข์ภัย
จะส่งใจ ถึงเธอ ทุกวันวาร

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

สุขภาพดี


"ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ " ข้อความนี้จริงที่สุด ใครจะร่ำรวยเงินทองแค่ไหน หากมีโรคประจำตัวหรือเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นประจำชีวิตจะหาความสุขไม่ได้ คนที่ร่างกายแข็งแรงจึงนับว่าเป็นคนที่โชคดีที่สุด
คนที่ร่างกายแข็งแรงอยู่แล้วหลายคนทำลายตัวเองโดยการดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือเสพยาเสพติด นับว่าน่าเสียดายที่สุด เพราะเมื่อร่างกายประท้วงสิ่งเสพติดเหล่านี้ จนเกิดโรคภัยไข้เจ็บ ชีวิตจะหวนกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมไม่ได้ เมื่อถึงเวลานั้นท่านจะเสียใจที่สุด เงินทองที่มีมากมายก็ช่วยอะไรท่านไม่ได้
ชีวิตคนเรามันสั้นนัก มีหลายอย่างที่อยากจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ เวลามีค่ามาก ควรใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ที่สุด อยากทำดีกับใคร อยากให้อะไรดีๆแก่ใคร ก็อย่าผัดวันประกันพรุ่ง
ถนอมร่างกายไว้ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ คนที่แข็งแรง จะทำประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นได้
เป็นผู้ให้ย่อมมีความสุข กว่าเป็นผู้รับ ค่ะ